พัฒนาสูตร Collagen ต้องพิจารณาปัจจัยใดบ้าง

พัฒนาสูตร Collagen

ต้องพิจารณาปัจจัยใดบ้าง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจน ยังเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ติดอันดับขายดีมาตลอด และมีแนวโน้มเติบโตดีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการคาดการณ์ได้ว่า ในช่วงตั้งแต่ปี 2019 – 2027 ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนจะมีอัตราการเจริญเติบโต หรือ CAGR สูงถึง 6.9% ทั่วโลก ทำให้ตลาดคอลลาเจนคึกคัก และแต่ละแบรนด์ต้องแข่งขันทั้งด้านคุณภาพและการตลาดอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะด้านคุณภาพที่เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นลำดับแรกๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจน

  • การคัดเลือกวัตถุดิบ 

สรรพคุณหลักของคอลลาเจนในท้องตลาด มี 2 ข้อหลัก คือ บำรุงสุขภาพผิวให้เนียนใส กระชับ ชุ่มชื้นและบำรุงสุขภาพกระดูกและข้อ ดังนั้นจึงควรเลือกชนิดคอลลาเจนให้ตรงกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค โดยคอลลาเจนหลักในท้องตลาดสามารถแบ่งได้ 3 ชนิด และแต่ละชนิดก็มาจากที่มาต่างกัน

  • Collagen type I เป็นชนิดที่พบมากที่สุดถึง 80 – 90% ของคอลลาเจนทั้งหมดในร่างกาย เราสามารถพบคอลลาเจนชนิดที่ 1 ได้ในกระดูก, ผิวหนัง, เอ็น, เส้นผม, เล็บ, ฟัน และเนื้อเยื่อเกี่ยวกันอื่นๆ และยังป็นคอลลาเจนที่นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากที่สุด เนื่องจากให้สรรพคุณด้านผิวดีที่สุด ช่วยลดริ้วรอย บำรุงให้ผิวเต่งตึง และชุ่มชื้น และยังดูดซึมดีเนื่องจากมีน้ำหนักโมเลกุลเล็ก ซึ่งมีงานวิจัยพบว่าผู้หญิงอายุ 30 – 60 ปี ทานคอลลาเจนจากเกล็ดปลา 3,000 mg/day เป็นเวลา 12 วัน มีริ้วรอยรอบดวงตาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ผิวหน้าชุ่มชื้นและยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ทานยาหลอก
  • Collagen type II เป็นคอลลาเจนที่พบในกระดูกอ่อน ข้อต่อ collagen type II จะสร้างเส้นใยเชื่อมระหว่าง โปรติโอไกลแคนและเส้นใยอิลาสติน ทำให้ข้อต่อแข็งแรงและยืดหยุ่นดี, ช่วยให้น้ำหล่อลื่นในข้อดี และป้องกันการเสื่อมของกระดูกอ่อน จึงเป็นคอลลาเจนที่นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์คอลลาเจนสำหรับบำรุงกระดูกและข้อ โดยในท้องตลาดจะมีทั้ง 2 รูปแบบ คือโครงสร้าง Collagen type II แบบดั้งเดิม  และ Undenatured Collagen type II ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายกับคอลลาเจนในกระดูกอ่อนมนุษย์ ผลงานวิจัยพบว่าผู้ที่ทาน Undenatured Collagen type II ปริมาณ 40 mg/day เป็นเวลา 120 วัน มีความสามารถเหยียดข้อเข่า (knee extension) ได้ดีกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอกอย่างนัยสำคัญ และยังสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้นก่อนมีอาการปวด
  • Collagen type III ทำงานร่วมกับ Collagen type I ในผิว กล้ามเนื้อ ผนังหลอดเลือด รวมถึงข้อต่อด้วย คอลลาเจนชนิดนี้จะพบเฉพาะในคอลลาเจนสกัดจากวัวเท่านั้น แต่จะไม่พบในคอลลาเจนจากปลา Collagen type III ช่วยบำรุงผิวให้สุขภาพดี ยืดหยุ่น โดยในงานวิจัยในหนูทดลองพบว่าการบริโภคคอลลาเจนจากวัน ในปริมาณแตกต่างกัน 3 ระดับ คือ 200, 400 และ 800 mg/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/day เป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าหนูกลุ่มตัวอย่างผิวเต่งตึ้งขึ้น คอลลาเจนเพิ่มขึ้น และมีอัตราส่วน Collagen type I และ Collagen type III อยู่ในระดับสมดุลมากขึ้น

จะเห็นว่าการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจน ควรออกแบบให้ตรงกับโจทย์ที่ตั้งไว้ เช่น หากต้องสินค้าเพื่อบำรุงสุขภาพผิว ก็ควรเลือก Collagen type I จากปลา หรือคอลลาเจนจากวัวที่มีทั้ง Collagen type I และ type III หรือร่วมกันระหว่างทั้ง 2 ชนิด สำหรับผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงกระดูกและข้อ ก็ควรเลือกเป็น Collagen type II นอกจากนี้ยังการเลือกที่มาของคอลลาเจนก็มีความสำคัญเช่นกัน นอกจากจะสัมพันธ์กับชนิดของคอลลาเจนแล้ว ยังต้องพิจารณาลูกค้าเป้าหมายด้วย เช่น คอลลาเจนสกัดจากหมูอาจไม่เหมาะสมกับประเทศไทย เนื่องจากมีกลุ่มผู้บริโภคชาวมุสลิม ทำให้เกิดข้อจำกัดในการวางจำหน่าย รวมถึงต้องพิจารณาเกรดของวัตถุดิบที่มีทั้งระดับพรีเมียม ถึงระดับปานกลาง และยังส่งผลต่อราคาต้นทุนด้วย

– มีผลงานวิจัยรองรับ – หากวัตถุดิบมีผลงานวิจัยที่น่าเชื่อถือรองรับ ทำให้ผู้บริโภคเชื่อถือมากขึ้น

– วัตถุดิบมีมาตรฐาน – ต้องเลือกวัตถุดิบที่มีมาตรฐานการผลิตที่น่าเชื่อถือ มีเอกสารรอบรับ และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อความน่าเชื่อถือและคุณภาพของสินค้า

– รสชาติ คอลลาเจนในท้องตลาดปัจจุบันส่วนมากจำหน่ายในรูปแบบชงดื่ม ทำให้ต้องพิจารณาคุณสมบัติด้านกลิ่น เพราะคอลลาเจนบางแบรนด์มีกลิ่นคาว ทำให้ต้องใช้ส่วนผสมอื่นๆมากลบหรือลดกลิ่นคาว และอาจต้องพิจารณาคุณสมบัติการละลายให้มีการละลายง่าย เตรียมง่าย

  • แนวโน้มและกระแสของตลาดในปัจจุบัน

ด้วยเทรนด์การดูแลสุขภาพของคนไทยยังคงดำเนินต่อไปและในแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ งานจากการศึกษาของดุสิตโพลได้ให้ข้อมูลได้ว่า ผู้บริโภคคนไทย 45.39% ให้ความสำคัญต่อสุขภาพมากขึ้น จากเดิมคอลลาเจนที่เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับความงาม ก็อาจสื่อสารกับผู้บริโภคในเชิงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อความงามและสุขภาพ ทำให้ได้ตลาดผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น 

พัฒนาสูตร Collagen การพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจน

ควรพิจารณาที่ส่วนผสมหลักนั่นคือคอลลาเจน ทั้งด้านชนิด, ที่มา, คุณภาพและมาตรฐานของสินค้า และอาจพิจารณาส่วนผสมรอง เช่น วิตามิน ซี และสารสกัดธรรมชาติอื่นๆ เป็นลำดับถัดไป เพื่อชูจุดเด่นของสินค้าของสินค้าต่อผู้บริโภคเป้าหมาย ซึ่งทาง MEDIKA มีส่วนผสมกลุ่มคอลลาเจนหลายชนิดที่น่าสนใจ พร้อมให้คำปรึกษาและพัฒนาสูตรให้ตรงตามความต้องการผู้ประกอบการและผู้บริโภค

 

เพราะเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดในการสร้างแบรนด์ธุรกิจให้กับคุณ สนใจสร้างแบรนด์ 

ยินดีให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย !! ติดต่อสอบถามเราได้เลย ที่ 

📱: 083-5662892 | 082-4622289 | 02-6863469

🖥 : https://medikalabs.com 

Facebook : https://www.facebook.com/medikalabs

Line OA : คลิก > https://lin.ee/21n2Eoo

 

อ้างอิง

https://www.alliedmarketresearch.com/collagen-supplement-market-A10853

https://www.mindbodygreen.com/articles/collagen-types-important-differences-between-i-ii-and-iii

https://suandusitpoll.dusit.ac.th/UPLOAD_FILES/POLL/2563/PS-2563-1590284356.pdf

Parvizi, J., & Kim, G. (2010). Collagen. High Yield Orthopaedics, 107-109. doi: 10.1016/b978-1-4160-0236-9.00064-x