ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรูปแบบเจลลี่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรูปแบบเจลลี่ (Jelly Strip)

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรูปแบบเจลลี่ มีลักษณะคล้ายขนมหวานเจลลี่ที่มีลักษณะเป็นวุ้นเจลยืดหยุ่น มีรสชาติหวาน อร่อย บรรจุในซองทรงสูง สามารถฉีกและบีบเข้าปากรับประทานได้เลย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรูปแบบเจลลี่มีความโดดเด่นที่ลักษณะทานง่าย คล้ายการทานขนมหวาน โดยไม่รู้สึกเหมือนกำลังทานผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง  ซองขนาดเล็ก พกพาง่าย วันนี้เราจึงจะพามารู้จักเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรูปแบบเจลลี่ หรือ Jelly strip กันค่ะ

Jelly Strip ทำมาจากอะไร

Jelly strip มีลักษณะเป็นวุ้นเจลที่เกิดจากสารก่อเจล (gelling agent) จำพวก Gum หรือ hydrocolloid ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่สกัดได้จากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพืช, สาหร่าย หรือการสกัดจากแบคทีเรีย โดย jelly strip มักใช้การผสมกันของ gum หลายชนิด ในปริมาณรวมประมาณ 1% ของสูตรส่วนผสมทั้งหมด (หรือน้อยกว่า 1%) เพื่อให้ได้ลักษณะเจลที่ยืดหยุ่น นุ่ม เด้ง มีเนื้อสัมผัสดีเป็นที่พึงพอใจของผู้บริโภค เช่น Locust bean gum, Xanthan gum, Carrageenan และ Konjac gum โดย gum แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น

  • Locust bean gum สกัดมาจากเนื้อในเมล็ดของต้น Carob ที่ปลูกในประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียน โมรอคโคและ โปรตุเกต มีสมบัติช่วยอุ้มน้ำ และป้องกันการแยกชั้นน้ำ (ลด syneresis) ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเก็บรักษา หรือเรียกว่า เหงื่อเจลลี่ แต่จะต้องผสมกับ gum ชนิดอื่นเพื่อช่วยฟอร์มเจล เช่น xanthan gum และ Carrageenan ทำให้ได้เจลที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
  • Xanthan gum เป็น gum ที่มีความสามารถในการอุ้มน้ำ ให้ความหนืดสูง ป้องกันการแยกน้ำระหว่างการเก็บรักษาได้ดี
  • Carrageenan สกัดได้จากสาหร่ายสีแดง ให้ลักษณะเจลนุ่ม ยืดหยุ่น มักใช้ในผลิตภัณฑ์ของหวานเจลลี่ และยังมีสมบัติเป็น emulsifier ช่วยให้ส่วนน้ำและน้ำมันเข้ากันได้ดี
  • Konjac gum หรือที่เรารู้จักกันในชื่อไทย คือ “บุก” เป็นส่วนผสมที่ให้ลักษณะเป็นเจลเปราะ และนิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักเนื่องจากไม่มีแคลอรี่ ไม่มีไขมัน

การใช้ Locust bean gum ร่วมกับXanthan gum ทำให้สามารถก่อเป็นเจลนุ่มยืดหยุ่นได้ หรือ Locust bean gum ผสมกับ Carrageenan จะได้เจลที่ได้มีความแข็งแรงมากขึ้น และสมบัติการอุ้มน้ำของ gum เหล่านี้จึงทำให้ไม่เกิดหงื่อเจลลี่เมื่อเก็บไว้ในอุณหภูมิสูง หรือมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงของอุณหภูมิบ่อยๆ

นอกจาก Gum ที่เป็นส่วนหลักในการให้เนื้อเจลแล้ว Jelly strip ยังต้องมีการแต่งกลิ่นรสชาติให้ถูกปากผู้บริโภคด้วย เพื่อกลบกลิ่นจากสารอาหารหรือวิตามินที่เราใช้เป็น Active ingredient โดยนิยมทำเป็นรสผลไม้ เช่น บลูเบอร์รี่, เบอร์รี่รวม, มะม่วง, ส้ม, เลมอน ร่วมกับการใส่สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล (sweetener) เช่น Stevia, Sucralose, Acalephan K ซึ่งเป็นสารให้ความหวานที่ไม่ให้แคลอรี่และปรับความเปรี้ยวด้วยกรดอินทรีย์ เช่น Ascorbic acid, Malic acid, Alginic acid

การผลิต Jelly strip ต้องใช้ความร้อนเพื่อให้ส่วนผสมละลาย ผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน และเพื่อให้ gum ต่างๆฟอร์มเจลยืดหยุ่นได้ การบรรจุจะบรรจุขณะเจลร้อน ซองละ 15 -35 กรัม และเจลเหลวนั้นจะเซ็ทตัวภายในซองบรรจุ จึงต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ควบคุมให้ส่วนผสมเข้ากันดี และมีความคงรูปขณะเก็บรักษา

Jelly strip ใช้กับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทใดบ้าง

Jelly strip สามารถเข้ากันได้กับสารสกัดและวิตามินหลายชนิด เช่น Vitamin C, Vitamin E , Collagen, L-Carnitine, สารสกัดกลุ่ม Anti-oxidant, Fiber, Phytonutrients extract เป็นต้น และยังสามารถพัฒนาให้เป็นสูตร No sugar และนำเสนอสินค้าในด้าน Keto friendly ได้อีกด้วย

จุดเด่นของอาหารเสริมรูปแบบ Jelly strip

  • เปลี่ยนรูปแบบการทานให้ง่ายและอร่อยมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับการทานอาหารเสริมรูปแบบเม็ด 
  • ซองขนาดเล็ก พกพาง่าย รับประทานได้ทุกที่
  • สารอาหารใน jelly strip มีความเข้มข้นสูง ดูดซึมได้รวดเร็ว มีความสามารถในการนำส่งและดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกาย (bioavailability) สูง
  • เหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หรือเด็กที่ไม่อยากกลืนยารูปแบบเม็ด

Jelly strip เป็นอีกรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สามารถสร้างความแตกต่าง และสร้างเอกลักษณ์ให้ผลิตภัณฑ์ได้ และหากเจ้าของแบรนด์ท่านไหน ต้องการเพิ่มความโดดเด่นให้สินค้า ก็สามารถปรึกษาทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก MEDIKA LABS (บริษัท เมดิก้า แล็บส์ จำกัด) ได้เลย เพราะเราพร้อมให้คำแนะนำทุกขั้นตอนการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทำให้ได้สินค้าคุณภาพออกสู่ท้องตลาดด้วยความมั่นใจ

เพราะเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดในการสร้างแบรนด์ธุรกิจให้กับคุณ สนใจสร้างแบรนด์ 

ยินดีให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย !! ติดต่อสอบถามเราได้เลย ที่ 

📱: 083-5662892 | 082-4622289 | 02-6863469

🖥 : https://medikalabs.com 

Facebook : https://www.facebook.com/medikalabs

Line OA : คลิก > https://lin.ee/21n2Eoo

อ้างอิง

Laaman, T. (2011). Hydrocolloids in food processing. Ames, Iowa: Wiley-Blackwell.

Suspension Gel Technology. Retrieved 5 September 2021, from https://www.wellness-101.com/Suspension_Gel.html

ผลงานของเรา